เลือกกล้องโทรทรรศน์ ::
กล้องดูดาวแบบสะท้อนแสง บนฐานวางแบบ Dobsonian

กล้องโทรทรรศน์ นับเป็นอุปกรณ์สำคัญ ในการสังเกตวัตถุท้องฟ้า หลักการเลือกกล้องดูดาว ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว แต่พอจะมีหลักให้พิจารณา จากข้อมูล 3 อย่าง คือ ประโยชน์จากกล้อง, ประสบการณ์ หรือระดับความรู้ของผู้ซื้อ ( สามารถพัฒนาได้ ไม่มีขอบเขตจำกัด ) และราคาของกล้อง
พื้นฐานของกล้องดูดาว นอกจากตัวกล้อง และขาตั้งที่สำคัญแล้ว ยังมีหลักในการพิจารณาอื่นด้วย คือ

หน้ากล้อง ( APERTURE )

หน้ากล้อง เป็นส่วนที่สำคัญของกล้อง ซึ่งจะบอกได้ว่า เมื่อผู้ใช้สังเกตวัตถุแล้วเห็นอะไร ขนาดหน้ากล้อง วัดกันเป็นมิลลิเมตรและนิ้ว ซึ่งบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของเลนส์รับแสง หรือกระจกรับแสงที่อยู่หน้ากล้องหรือเป็นตัวรับแสงในเบื้องต้น กล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดหน้ากล้องใหญ่ จะรับแสงได้มากและทำให้วัตถุที่เห็นมีรายละเอียดที่ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น กล้องโทรทรรศน์ขนาดหน้ากล้อง 2 นิ้ว อาจจะสังเกตเห็นแถบเมฆบนดาวพฤหัส แต่ถ้าสังเกตด้วยกล้องขนาด 4 นิ้ว จะสังเกตเห็นโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น เช่น สีและแถบเมฆเล็ก ๆ ที่ไม่เห็นจากกล้อง 2 นิ้ว ตามทฤษฎีแล้วกล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดหน้ากล้องเท่ากัน จะรวมแสงจากวัตถุเท่ากันและให้ภาพที่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้ขนาดหน้ากล้องจะเท่ากัน แต่ถ้าวัสดุที่ใช้ในการรับแสงแตกต่างกัน การเคลือบหน้ากล้องหรือเคลือบกระจกรับแสงแตกต่างกัน ชนิดกล้องหรือเลนส์ตา ( Eyepiece ) ที่ใช้ต่างกัน ก็มีผลทำให้ภาพที่เห็นแตกต่างกันได้

คุณสมบัติของระบบรับแสง ( OPTICAL SPECIFICATIONS )

คุณสมบัติของระบบรับแสงมีความสำคัญเช่นเดียวกับหน้ากล้อง คุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำและการเคลือบ ( coatings ) ยกตัวอย่างเช่น กล้องหักเหแสงที่เป็นแบบ Apochromatic จะมีคุณสมบัติในข้อนี้เด่นกว่าแบบ Achomatic เพราะแบบ Apochomatic มีการแก้ความคลาดสีที่สมบูรณ์กว่า คุณสมบัติของระบบรับแสง เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องในการผลิต ซึ่งตามหลักแล้วจะต้องให้ตรงกับทฤษฎีทาง Physics แต่ในทางปฏิบัติกระทำได้ยาก การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องจะเห็นได้จากลักษณะกล้องที่มีเลนส์หรือกระจกที่ทำมาจากแก้ว BK7 Superclear ซึ่งยอมให้แสงในย่าน Ultraviolet ผ่านได้ และการเคลือบแบบ EMC Super-multi coating ทำให้แสงผ่านเข้าสู่ลำกล้องได้มากขึ้น

กำลังขยาย ( MAGNIFICATION POWER )

กำลังขยายเป็นหนึ่งในความสำคัญระดับต้น ๆ ของการพิจารณาเลือกใช้กล้องโทรทรรศน์ กำลังขยายของกล้องสามารถคำนวณได้ดังนี้ ความยาวโฟกัสของกล้องมีค่าคงที่ ดังนั้นถ้าผู้ใช้ต้องการเพิ่มกำลังขยายก็สามารถทำได้ โดยนำเลนส์ตาที่มีขนาดความยาวโฟกัสสั้นมาสังเกตวัตถุ จะทำให้ได้กำลังขยายที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มกำลังขยายของกล้องแต่ละตัว จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับหน้ากล้องที่รับแสงด้วย ซึ่งเราเรียกว่า Dawes’ Limit คือ หน้ากล้อง 1 นิ่วไม่ควรใช้กำลังขยายเกิน 50X (50เท่า) เช่น ถ้าใช้กล้อง ETX 60 หน้ากล้อง 60 mm. คิดหน้ากล้องเป็นนิ้วจะได้ 2.4 นิ้ว ดังนั้นเมื่อสังเกตวัตถุด้วยกล้อง ETX 60 กำลังขยายสูงสุดที่ควรใช้คือ 2.4x50 = 120X (120เท่า) ไม่ควรสังเกตวัตถุเกินนี้เพราะภาพที่ได้จะเบลอ แยกรายละเอียดไม่ออก แต่ก็มีจุดให้คิดเหมือนกันคือ ถ้าวัตถุที่สังเกตมีความสว่างมาก เราก็สามารถเพิ่มกำลังขยายให้เกินขอบเขตมาตรฐานได้ เพราะแสงที่เข้าสู่หน้ากล้องจะมากกว่าปกติ

ความยาวโฟกัสและโฟกัสเรโช ( FOCAL LENGTH AND FOCAL RATIO )

ความยาวโฟกัสวัดได้ในหน่วยมิลลิเมตร และมีความสำคัญในการหาค่ากำลังขยายของกล้อง พร้อมกันนี้ยังมีส่วนในการหาค่าโฟกัสเรโชด้วย ค่าโฟกัสเรโช เป็นค่าความยาวโฟกัสของกล้องต่อขนาดหน้ากล้อง เช่น f/16 เป็นค่าที่สูงทำให้วิวในการรับแสงแคบ แต่จะมีความคมชัดของวัตถุสูงมาก เหมาะกับการสังเกตดาวเคราะห์ ถ้า f/4 เป็นค่าโฟกัสเรโชที่ต่ำวิวในการรับแสงจะกว้าง ถ้าถ่ายภาพจะใช้เวลาในการรับแสงจากวัตถุเร็วแต่ภาพจะมีความคมชัดต่ำ กล้องส่วนมากจะมีค่าโฟกัสเรโชประมาณ f/10 ซึ่งเป็นค่าโฟกัสเรโชที่เหมาะสม วิวในการรับแสงมีขนาดที่ไม่กว้างหรือแคบเกินไป เมื่อถ่ายรูปก็ใช้เวลาไม่เร็ว-ไม่ช้าเกินไป ภาพที่ออกมาก็จะมีความคมชัดดีด้วย

 

ส่ง mail ถึงเรา