ดาวพุธ 
บทความโดย Jatu.

ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด และมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่แปดของดาวเคราะห์ในขณะนี้ เส้นผ่าศูนย์กลางของดาวพุธมีขนาดที่สั้นกว่า ดวงจันทร์แกนีมิด (Ganymede) ของดาวพฤหัส และไททัน (Titan) ของดาวเสาร์ แต่มีมวลมากกว่า

วงโคจร : 57,910,000 km. (0.38 AU.) จากดวงอาทิตย์
เส้นผ่าศูนย์กลาง : 4,880 km.
มวล : 3.30x1023 kg.
โครงสร้างภายในของดาวพุธ

ตามตำนานของโรมัน Mercury เป็นเทพแห่งการสื่อสารที่ชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ เหตุผลที่ดาวพุธได้รับการขนานนามเช่นนี้เพราะการเคลื่อนที่เร็ว ปรากฏให้เห็นเร็วและหายไปเร็วเช่นกัน และสังเกตเห็นได้ยาก
ดาวพุธเป็นดาวที่รู้จักมาตั้งแต่ยุคของชาว ซูเมเรียน (Sumerians) ได้รับการจารึกชื่อไว้ 2 ชื่อคือ ถ้าปรากฏให้เห็นในตอนเช้าจะเรียกว่า อะพอลโล (Apollo) และถ้าปรากฏให้เห็นในตอนเย็นหลังดวงอาทิตย์ตกดินจะเรียกว่า Hermes นักดาราศาสตร์ชาวกรีกทราบดีว่า ถึงจะเรียกชื่อต่างกันแต่ก็เป็นวัตถุอันเดียวกัน Heraclitus เชื่อว่าดาวพุธและ ดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ใช่โคจรรอบโลก

ยานมารีเนอร์ 10 (Mariner 10) เป็นยานเพียงลำเดียวที่ได้สำรวจซึ่งเฉียดผ่านดาวพุธ 3 ครั้งในปี ค.ศ.1974 และ 1975 และได้ทำแผนที่พื้นผิวเพียง 45% เท่านั้น

วงโคจรของดาวพุธมีความรีมาก ที่จุด perihelion (จุดที่ดวงดาวอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด) ดาวพุธจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์แค่ 46 ล้านกิโลเมตรเท่านั้น แต่ที่จุด aphelion (จุดที่ดวงดาวอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุด) ดาวพุธจะอยู่ห่างดวงอาทิตย์ถึง 70 ล้านกิโลเมตร และเมื่อโคจรอยู่ในตำแหน่ง perihelion ดาวพุธจะเคลื่อนที่ช้ามาก

อุณหภูมิบนดาวพุธมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก ซึ่งเป็นผลจากกระแสความร้อนจากดวงอาทิตย์ ที่ดาวพุธได้รับโดยตรงอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 90-700 K ดาวศุกร์มีอุณหภูมิที่สูงกว่าเล็กน้อยแต่อุณหภูมิคงที่

ดาวพุธมีความคล้ายคลึงกับดวงจันทร์ของโลกมาก พื้นผิวส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยหลุมอุกกาบาต (cratere) ซึ่งมีอายุเก่าแก่มาก พื้นผิวไม่มีร่องรอยการแยกของแผ่นดินหรือการเกิดภูเขาไฟ (plate tectonics) แต่ดาวพุธมีความหนาแน่นมากกว่าดวงจันทร์ของโลกมาก (5.43 gm/cm3 ต่อ 3.34) แกนกลางของดาวพุธเป็นเหล็กหลอมเหลวมีรัศมีประมาณ 1,800-1,900 km. ชั้นถัดมาเป็นซิลิเกตมีความหนาเพียง 500-600 km. ดาวพุธมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก ซึ่งเกิดจากผลของ Solar wind ที่พัดทำลายอะตอมที่อยู่ในชั้นบรรยากาศไป และดาวพุธก็มีสภาพที่ร้อนมากทำให้อะตอมของธาตุต่าง ๆ ได้รับการกระตุ้นและหลุดออกสู่อวกาศได้ง่าย ไม่เหมือนชั้นบรรยากาศของโลกและดาวศุกร์ที่มีลักษณะคงที่

พื้นผิวของดาวพุธมีเนินกว้างและชันอยู่มากมาย บางแห่งมีขนาดความยาวมากกว่า 100 km. และมีความสูงถึง 3 km. บางแห่งก็เป็นขอบของหลุมอุกกาบาต แอ่งที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นผิวของดาวพุธคือ Caloris Basin มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 1,300 km. มีลักษณะเหมือนกับแอ่งกว้าง (maria) บนดวงจันทร์ เมื่อพิจารณาแล้วน่าจะเกิดจากการชนตั้งแต่ระบบสุริยะก่อตัว หรือตั้งแต่ดาวพุธเกิดขึ้นใหม่ ๆ

ถึงแม้พื้นผิวส่วนใหญ่จะปกคลุมไปด้วยร่องรอยการชนของอุกกาบาต แต่บนดาวพุธก็มีแถบพื้นราบเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากลาวาของภูเขาไฟในอดีต หรือไม่ก็อาจเกิดจากร่องรอยการชนของอุกกาบาตดังเหตุผลข้างต้น แต่จากการเปิดเผยข้อมูลการศึกษาของยานมาริเนอร์ ในเบื้องต้นเชื่อว่ามีการระเบิดของภูเขาไฟในเมื่อไม่นานมานี้ แต่ข้อมูลหลายอย่างก็ยังต้องการการยืนยันที่แน่นอนต่อไป นอกจากนี้แล้วจากการสังเกตขั้วเหนือของดาวพุธ (แถบที่ยานมาริเนอร์ 10 ไม่สามารถทำแผนที่ได้) เป็นที่แน่ชัดว่าพบน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของหลุมอุกกาบาตเหล่านั้นด้วย

ดาวพุธมีสนามแม่เหล็กความเข้มคิดเป็น 1% ของโลกและไม่มีบริวาร ดาวพุธสามารถเห็นได้ด้วยกล้องสองตา หรือแม้แต่ตาเปล่า แต่ตำแหน่งที่ปรากฏก็จะอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มาก และยากที่จะสังเกตได้เมื่อมีแสงจากดวงอาทิตย์รบกวน

 

พื้นผิวดาวพุธมีลักษณะที่คล้ายกับ พื้นผิวดวงจันทร์ของโลกมาก
Caloris Basin

?? mail ????