|
ดาวพฤหัส เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 5 แห่งระบบสุริยะ และเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ใหญ่ที่สุดมีมวลเป็นลำดับที่ 2 รองจากดวงอาทิตย์ และมีมวลมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นรวมกัน มีขนาดใหญ่กว่าโลก 318 เท่า
 |
 |
วงโคจร : 778,330,000 km. (5.20 AU) จากดวงอาทิตย์
เส้นผ่าศูนย์กลาง : 142,984 km. (เส้นศูนย์สูตร)
มวล : 1.900x1027 kg. |
โครงสร้างภายในดาวพฤหัสฯ |
Jupiter เป็นชื่อของกษัตริย์แห่งเทพ ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่สว่างเป็นลำดับที่ 4 ในท้องฟ้าถัดจากดวงอาทิตย์,ดวงจันทร์และดาวศุกร์ แต่บางครั้งดาวอังคารก็มีความสว่างมากกว่า ขึ้นอยู่กับระยะห่างจากโลก ดาวพฤหัสเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนกระทั่ง Galileo ได้ใช้กล้องส่องและสังเกตเห็นดวงจันทร์ 4 ดวงของดาวพฤหัสในปี ค.ศ.1610 คือ Io,Europa,Ganymede และ Callisto หรือที่รู้จักกันในนาม Galilean moons และยังเป็นข้อมูลยืนยันว่า โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะและเอกภพ ตามที่ Capernicus ได้เสนอเป็นทฤษฎีการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ไว้ (Heliocentric)
ยานไพโอเนีย 10 (Pioneer 10) เป็นยานลำแรกที่เดินทางเข้าใกล้กับดาวพฤหัสในปี ค.ศ.1973 หลังจากนั้นก็มียานอีกหลายลำเดินทางตามไป เช่น Pioneer 11,Voyager 1,Voyager 2 และ Ulysses นอกจากนี้ยังมียาน Galileo ได้โคจรอยู่รอบดาวพฤหัสและถ่ายภาพกลับสู่โลก
ดาวพฤหัสมีไฮโดรเจน 90% อีก 10% เป็นฮีเลียม มีเทน น้ำ แอมโมเนียและหินปะปนกัน สัดส่วนโครงสร้างของธาตุที่ก่อตัวเป็นดาวพฤหัสนี้ มีค่าใกล้เคียงกับโครงสร้างของเนบิวลา ที่ก่อตัวกำเนิดเป็นระบบสุริยะในช่วงแรก ๆ ดาวที่มีส่วนประกอบโครงสร้างของธาตุใกล้เคียงลงมาอีกคือ ดาวเสาร์ ส่วนดาวยูเรนัสและเนปจูน มีฮีเลียมและไฮโดรเจนน้อยลงไปอีก
ในปัจจุบัน การศึกษาดาวพฤหัสเราทำได้เพียง การสังเกตโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ แต่ภายในใต้เมฆหมอกที่หนาทึบยังเป็นปริศนา มีเพียงข้อมูลที่ได้จากยานสำรวจที่โคจรไปถึงบางครั้งคราวเท่านั้น เช่น ยานกาลิเลโอที่ทำได้เพียงสำรวจชั้นบรรยากาศ ในระยะต่ำลงไปแค่ 150 km. เท่านั้น
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวพฤหัสน่าจะมีแกนเป็นหินแข็ง โดยมีมวลเป็น 10 ถึง 15 เท่าของมวลของโลก ถัดจากแกนด้านในขึ้นมาจะเป็นโลหะเหลวของไฮโดรเจน ที่ถูกอัดแน่นด้วยแรงกดดันมหาศาล ลักษณะประหลาดนี้เกิดขึ้นได้โดยทั่วไปกับธาตุทุกชนิด ที่อยู่ใต้ความกดดันที่มากกว่า 4 พันล้านบาร์ ในกรณีนี้เกิดขึ้นภายในดาวพฤหัสและดาวเสาร์ โลหะไฮโดรเจนเหลวประกอบด้วยไอออนของโปรตอน (protons) และอิเล็กตรอน (electron) ที่อุณหภูมิและความดันภายในของดาวพฤหัส ไฮโดรเจนจะไม่คงตัวอยู่ในรูปของก๊าซแต่กลายเป็นของเหลว ซึ่งเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าและเป็นแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กบนดาวพฤหัส นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในชั้นนี้ยังมีฮีเลียมและน้ำแข็งปนอยู่เล็กน้อย
ชั้นถัดออกมาอีกมีลักษณะส่วนใหญ่ประกอบด้วย โมเลกุลปกติของไฮโดรเจนและฮีเลียม ของเหลวและก๊าซก็จะอยู่ไกลออกไป ชั้นบรรยากาศที่เราสังเกตเห็นเป็นชั้นเหนือสุดของชั้นนี้โดย น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทนและโมเลกุลของธาตุอื่นมีเพียงเล็กน้อย
อ่านต่อหน้า 2 |