
จากการประชุมของสมาพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (International Astronomical Union ; IAU) ในเดือนสิงหาคม 2004 ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ที่ผ่านมา ทำให้หนึ่งในวัตถุท้องฟ้าที่เคยได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ของระบบสุริยะดวงหนึ่ง ต้องมีสถานะที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันนี้ก็มีสมาชิกใหม่ภายใต้นิยามใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย
 |
| |
จากนิยามของดาวเคราะห์ที่มีใจความว่า A planet is a celestial body that (a) has sufficient mass for its self-gravity to overcome rigid-body forces so that it assumes a hydrostatic equilibrium (nearly round) shape, and (b) is in orbit around a star, and is neither a star nor a satellite of a planet. ด้วยนิยามน ี้ทำให้วัตถุท้องฟ้า ที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นดาวเคราะห์ได้ ต้องประกอบด้วย (a) มีมวลมากพอที่จะทำให้เกิดแรงโน้มถ่วง จนเอาชนะแรงยึดเหนียวของเนื้อสารแข็ง จนมีรูปร่างเกือบเป็นทรงกลม (b) อยู่ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์ และไม่เป็นบริวารของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งดวงใด ดังนั้น หากไม่มีนิยามนี้ อาจทำให้เรามีดาวเคราะห์เพิ่มเข้ามาในวงโคจรอีกถึง 3 ดวง คือ Ceres ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่ที่สุด Charon ดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวพลูโต และ 2003 UB313 (Xena) วัตถุน้ำแข็งที่อยู่ห่างออกไปมากกว่า 2 เท่าของระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงดาวพลูโต แต่ด้วยนิยามข้างต้นก็ทำให้นักดาราศาสตร์ได้แบ่ง ดาวพลูโต, Ceres และ 2003 UB313 (Xena) ออกเป็นดาวเคราะห์แคระ IAU ได้อธิบายไว้ว่า คำว่าดาวเคราะห์แคระ เป็นคำที่นิยามผ่านคำว่า planet และคำว่า Small Solar System Body ซึ่งสามารถอธิบายลักษณะของวัตถุที่เป็นดาวเคราะห์แคระได้ว่า
- เป็นวัตถุที่มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์
- มีมวลมากพอที่จะทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่ทำให้วัตถุเกิดรูปร่างกลมได้
- มีวงโคจรไม่ชัดเจนกับวัตถุข้างเคียง
- ไม่เป็นบริวารของดาวเคราะห์ดวงอื่น หรือเป็นบริวารของวัตถุท้องฟ้าอื่นใด
จะเห็นว่าคำนิยามของดาวเคราะห์แคระจะต่างจากนิยามของดาวเคราะห์ตรงที่ ดาวเคราะห์แคระจะมีวงโคจรที่ไม่ชัดเจนกับวัตถุข้างเคียง ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้ดาวพลูโตถูกตัดออกจากการเป็นดาวเคราะห์
อ่านต่อหน้า 2 |